at 8:26 PM Labels: Posted by Nutcharin


มะยงชิดผลไม้แสนอร่อยและราคาแพงช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนรับประทาน ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักประโยชน์ของมะยงชิดก่อน


ประโยชน์ของมะยงชิด

มะยงชิด เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับมะปราง ผลดิบมีรสชาติเปรี้ยว ผลสุกมีรสหวานอมเปรี้ยว ขนาดของผลจะมีขนาดใหญ่กว่ามะปรางหวาน ผลสุก รับประทานเป็นของว่าง ทำน้ำผลไม้ ทำแยม กวน
ผลดิบ ใช้จิ้มกะปิหวาน น้ำปลาหวาน ใช้ดองและแช่อิ่ม เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีวิตามินซีสูง มีกากไยอาหารมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
คุณค่าทางโภชนาการ : ผลสุก มีกรดอินทรีย์หลายชนิด มีน้ำตาล วิตามินซีและวิตามินเอสูง ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม และ อื่นๆ
คุณค่าทางยาสมุนไพร : เป็นยาถอนพิษไข้และพิษสำแดง ใบ ตำพอกแก้ปวดศีรษะ ผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน แก้เสมหะในลำคอ
ความต่าง “ มะยงชิด มะปรางหวาน”
มะปราง มี 2 ชนิด นั้นคือ มะปรางหวาน ผลสุกมีรสหวานเย็น ผลยาวรี กิโลกรัมมีประมาณ 9 – 20 ผล มะปรางเปรี้ยว ผลสุกลูกมีขนาดใหญ่ หนึ่งกิโลกรัมมีประมาณ 5 – 15 ผล สีผิวมีสีส้มชวนรับประทานแต่รสชาติ

เปรี้ยวมากจนมีคนเก่าคนแก่ท่านกล่าวไว้ว่า “เปรี้ยวจนกาวาง”แต่มะปรางเปรี้ยวผลดิบอ่อน ๆ นำไปแชอิ่ม
มะยง รสชาติมีสองรสในหนึ่งผล - มีหวานอมเปรี้ยว หากรสมะยงรสชิดไปทางหวานมากกว่าเปรี้ยวจะเรียก “ มะยงชิด” หากรสชิดไปทางเปรี้ยวมากกว่าหวาน จะเรียก “ มะยง หรือมะยงห่าง” ผลของมะยงจะมีขนาดใหญ่กว่ามะปรางหวานและใหญ่กว่าไข่ไก่ หนึ่งกิโลกรัมมีประมาณ 8-15 ผล


การปลูกมะยงชิด-มะปรางหวาน และระยะปลูกที่เหมาะสม

เตรียมต้นพันธุ์ดียิ่งมีรากมากยิ่งดี ขุดหลุมปลูก กว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร เอาดินก้นหลุมขึ้นมาผสมกับแกลบและปุ๋ยมูลวัว คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเอาดิน กลับลงไปรองก้นหลุม เอากิ่งพันธุ์มะยงชิดตั้งปลูกกลบดินที่โคนต้น อย่าให้ดินไปกลบรอยแผลที่ทาบเอาไว้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะทำให้ต้นไม่เจริญเติบโต รอยแผลที่ทาบไว้จะเกิดเชื้อรา ทำให้เน่าได้ ข้อสำคัญอยู่ตรงนี้ พอปลูกแล้วก็รดน้ำอย่าให้ดินโคนต้นแฉะ เพราะมะยงชิดไม่ชอบน้ำขังแฉะจะทำให้เกิดโคนเน่า รดน้ำสังเกตพอดินชุ่มเท่านั้น


ระยะปลูก

ระยะปลูกอยู่ที่ว่าเกษตรกรมีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน และชอบที่จะปลูกระยะไหน ปลูกได้เลย หากจะปลูกระบบร่องสวนก็สามารถปลูกได้เช่นกัน
1. ระยะปลูก 8 x 8 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 25 ต้น

2. ระยะปลูก 6 x 6 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 44 ต้น

3. ระยะปลูก 4 x 4 เมตร
ระยะปลูกนี้ปลูกได้ไร่ละ 100 ต้น


การให้ปุ๋ยและการกำจัดศัตรูพืช

หลังจากลง ปลูกพอต้นตั้งตัวได้ประมาณ 3 เดือน ใส่ปุ๋ยคอกเล็กน้อย 3 เดือนใส่ครั้ง ใช้วิธีใส่น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง ปุ๋ยคอกควรเป็นปุ๋ยมูลวัว วิธีใส่ให้โรยรอบๆ ทรงพุ่ม ไม่ต้องขุดดินทำเป็นร่องเวลาใส่ปุ๋ยจะทำให้รากฝอยของต้นขาดได้ เวลาขุดใช้วิธีหว่านปุ๋ยให้รอบต้นจะดีกว่า

ปีแรกมะยงชิดจะไม่ค่อยโต เท่าไรนัก สาเหตุอาจจะต้องให้เวลาการปรับตัวของต้นบ้าง แต่พอปีที่สองที่สาม ต้นจะโตเร็วมาก หลังลงปลูกปีที่ 3 ต้นก็จะให้ผลผลิตแล้ว เมื่อสวนเป็นคราวแรกปล่อยไปตามธรรมชาติก่อน พออีกปีถึงจะเก็บผลผลิตขายได้


เมื่อถึงปีที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต  แนะนำว่า ในช่วงเดือนมีนาคมให้ใส่ปุ๋ยคอก แล้วก็ตัดแต่งกิ่ง เอากิ่งไม่ดีในทรงพุ่มออก ตัดแต่งให้ในทรงพุ่มโล่งพอสมควร ใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงดินให้ต้นสมบูรณ์ที่สุดก่อนจะมีผลให้
เก็บเกี่ยว ครั้นถึงเดือนกันยายนหรือกลางเดือนตุลาคม ใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 ให้เต็มที่อีกครั้ง
ถึงตอนนี้ต้นจะสมบูรณ์มาก ใบเขียวเข้มเป็นมัน พอหมดฝนอากาศหนาวมาเยือน มะยงชิด มะปราง กระทบอากาศหนาว อุณหภูมิราว 20-23 องศาเซลเซียส ประมาณ 7-8 วัน ต้นจะแทงช่อดอกออกมาทันที

เมื่อติดช่อ ดอกแล้ว ให้ฉีดยาป้องกันเชื้อรา 1 ครั้ง พอดอกพัฒนาเป็นผลจุดเล็กๆ ฉีดยาอีกครั้ง โตขนาดเมล็ดถั่วเขียวฉีดยาอีกครั้ง รวมแล้วประมาณ 3 ครั้ง ปล่อยให้ผลโตขนาดผลมะเขือพวง ฉีดยาป้องกันเพลี้ยไฟไรแดง พร้อมกับฮอร์โมน แคลเซียม โบรอน ใครมีสูตรบำรุงผลดีๆ ก็เอามาฉีดตอนนี้แหละ
ฉีด 1-2 ครั้ง ก็พอแล้ว หยุดฉีด ปล่อยให้ผลเจริญเติบโตนั้นจากวันแทงช่อดอกเรื่อยไป 75 วัน สามารถเก็บผลขายได้เลย

ช่วงผลโตขนาดมะเขือพวง ใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 อีกครั้ง ก่อนเก็บ 10-15 วัน ให้งดการให้น้ำเพื่อให้เนื้อมะยงชิดมีรสหวาน

มะยงชิด ใน 1 ปี จะติดดอกประมาณ 2 รุ่น คือ อากาศหนาวมาเยือนครั้งแรกต้นจะติดดอกรุ่นหนึ่ง และถ้าอากาศหนาวลงมากระทบต้นก็จะติดดอกอีก รวมแล้วสามารถเก็บได้ 2 รุ่น ใน 1 ปี รุ่นที่ 2 นั้นมีมะยงชิดดกมาก

หลังเก็บผลผลิตหมด ก็ตัดแต่งกิ่ง ถึงเดือนมีนาคมราวกลางเดือนใส่ปุ๋ยคอกบำรุงต้น เพื่อให้สร้างผลผลิตในปีต่อไป

สำหรับแมลงวันทองศัตรูมะยงชิดนั้น ต้องทำสวนให้สะอาด ให้โล่งเตียน ไม่ให้มีเปลือกหรือผลตกหล่นตามสวนไว้เป็นที่เพาะพันธุ์แมลงวันทอง

การขยายพันธุ์มะยงชิด มะปรางหวาน

มะยงชิด มะปรางหวานเป็นไม้ผลที่เติบโตช้า ขยายพันธุ์ได้ยาก และใช้เวลาขยายพันธุ์ยาวนานกว่าไม้ผลที่สำคัญบางชนิด การขยายพันธุ์ที่นิยมกันมาก
การเพาะเมล็ด การขยายพันธุ์วิธีนี้ง่าย และสามารถทำได้จำนวนมาก มีข้อเสียที่มีการกลายพันธุ์ และให้ผลผลิตช้า ประมาณ 7-8 ปี


อุปกรณ์ที่ใช้เพาะเมล็ดมะยงชิด มะปรางหวาน
1.เมล็ดพันธุ์มะปรางที่สมบูรณ์
2.ถุงพลาสติกสีดำขนาด 4X7 นิ้ว หรือ 5X9 นิ้ว
3.ดินปลูก ดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 3:1:2
4.บัวรดน้ำ
5.ผ้าพลาสติกปูพื้น
6.ปุ๋ยทางใบ
7.สารเคมีป้องกันแมลง
8.เครื่องพ่นสารเคมี

ขั้นตอน
1.ผสมดินปลูก ดินร่วน 3 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ขี้เถ้าแกลบ 2 ส่วน
2.นำผลมะปรางที่จะเพาะล้างเอาเนื้อออก ผึ่งในร่ม ก่อนเพาะควรนำไปจุ่มสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราก่อน การเพาะควรใช้ไม้ไผ่กลมเล็กแทงลึกประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วนำเม็ดมะปรางมายอดในแนวนอน กลบเมล็ดด้วยดินเพาะ ประมาณ 5-10 วัน เมล็ดจะงอก
3.เมื่องอกเป็นต้นกล้า ควรมีการรดน้ำ และให้ปุ๋ยทางใบ
2.การตอนกิ่ง ควรเริ่มทำการตอนกิ่งช่วงต้นฤดูฝน ควรใช้ขุยมะพร้าวหุ้มดีกว่าใช้ดิน เพราะอุ้มน้ำดีกว่า

วิธีการตอน
1.เลือกกิ่งมะยงชิด มะปรางหวานที่เป็นกิ่งเพสลาด คือผิวเปลือกสีน้ำตาลปนเขียว ลักษณะใบต้องสมบูรณ์ไม่เป็นโรค
2.ควั่นกิ่งตอน โดยหางจากปลายกิ่ง 40 เซนติเมตร โดยเปิดแผลกว้าง 2-3 เซนติเมตร แกะเปลือกออก ขูดเยื่อเจริญออก อาทิ้งแผลไว้ 7 วัน
3.หุ้มกิ่งตอนด้วยขุยมะพร้าว ให้มิดรอยแผล แล้วเอาผ้าพลาสติกหุ้มต้นตออีกขั้นหนึ่ง จากนั้นเอาเชือกรัดหัวท้ายให้แน่นพอควร
4.ทิ้งไว้ 45-55 วัน ก็จะเกิดราก รอจนรากเดินดี จึงตัดไปชำ
5.ชำกิ่งตอนมะยงชิด มะปรางหวาน ควรทำในที่ร่มรำไร กิ่งตอนควรเลี้ยง 1-2 เดือน จึงนำไปปลูก อย่าลืมเอาถุงพลาสติกออกก่อนที่จะนำกิ่งลงชำ
3.การทาบกิ่ง เป็นวิธีขยายพันธุ์มะปราง มะยงชิด ที่เหมาะสมที่สุด เพราะมะปรางมีระบบรากแก้วที่แข็งแรง เหมาะที่ทนสภาพแล้งได้ดี การทาบกิ่งนิยมทาบแบบประกบ คือเฉือนต้นกิ่งพันธุ์ดีเป็นแผลยาว 2-3 นิ้ว เฉือนเข้าเนื้อไม้เล็กน้อยเฉียง 30 องศา ต้นตอใช้วิธีตัดยอดออก เฉือนเป็นปากฉลาม นำต้นตอที่เตรียมไว้ สอดเข้าแผลกิ่งพันธุ์ดี ต้นตอควรได้จาการเพาะเมล็ด อายุต้นตอ 1-2 ปี หรือต้นขนาดหลอดกาแฟ (ปฐพีชล,2529)
4.การเปลี่ยนยอด ควรเปลี่ยนยอดในช่วงฤดูฝน ส่วนฤดูอื่นต้องรดน้ำโคนต้นอยู่เสมอ

วัสดุอุปกรณ์
1.กรรไกรแต่งกิ่ง
2.มีดตอนที่สะอาด
3.ผ้าพลาสติกใส
4.ถุงพลาสติก
5.ต้นมะปราง ต้นเพาะเมล็ดที่ปลูกในสวนอายุ 1-3 ปี
6.กิ่งหรือยอดพันธ์ดี ที่มีตาที่สมบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นยอดใหม่
7.กิ่งไม้ทำเพิงชั่วคราว บังขณะต่อยอด

วิธีเปลี่ยนยอด
1.ใช้กรรไกรตัดยอดมะปรางหวาน มะยงชิดพันธุ์ดีที่เราต้องการ มาเปลี่ยนยอดพันธุ์ไม่ดี ที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ตัดยอดพันธุ์ที่จะต่อยาว 7-15 เซนติเมตร ตัดใบออกให้หมด
2.เมื่อถึงที่สวน ใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ตัดยอดต้นมะปรางที่สมบูรณ์ นำใบมีดโกนที่คมและสะอาดผ่ายอดต้นตอเป็นรูปลิ่ม 2-3 เซนติเมตร
3.นำยอดพันธุ์ดีของมะปราง ที่จัดเตรียมไว้แล้ว มาตัดยอดเหลือยาว 5-7 เซนติเมตร แล้วใช้ใบมีดโกนที่คมและสะอาด เฉือนกิ่งพันธุ์ดีทั้งสองด้านเป็นรูปปากฉลาม แผลยาว 2-3 เซนติเมตร แล้วนำไปเสียบบนยอดต้นตอ ในแนวเยื่อเจริญ
4.นำผ้าพลาสติกใสมาพันแผลบริเวณรอยต่อให้สนิท
5.นำซองพลาสติก หรือซองใส่ยามาคลุมบริเวณที่ต่อยอดมะยงชิด มะปรางหวานให้เลยรอยแผลเล็กน้อยใช้มือรัดปากถุง
6. หลังจากการเปลี่ยนยอดมะปราง ให้ตัดยอดที่เหลือทิ้งให้หมดเพราะอาหารจะได้มาเลี้ยงยอดใหม่ได้เต็มที่
7. หลังจากเปลี่ยนยอดได้ 30 วัน มะปราง มะยงชิดจะมีการแตกใบอ่อนให้เลื่อนปากถุงขึ้นไปข้างบนที่ละน้อยเพื่อให้ยอดมะปรางแทงได้สะดวก และเมื่อเห็นยอดมะปรางปรับตัวเข้ากับอากาศภายนอกได้ดีแล้วให้นำซองยาออกได้

0 comments: