Showing posts with label การปลูกข้าวโพด. Show all posts
Showing posts with label การปลูกข้าวโพด. Show all posts


ข้าวโพด

เป็นพืชที่มีประโยชน์หลายอย่างคือ เป็นทั้งอาหารของมนุษย์และสัตว์ มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก เพราะนอกจากเพื่อใช้ภายในประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกได้ปีละมากๆ ข้าวโพดที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่น ข้าวโพดหัวบุบ ข้าวโพดหัวแข็ง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดคั่ว ข้าวโพดข้าวเหนียว ข้าวโพดแป้ง ข้าวโพดอาหารสัตว์ แต่ในการอธิบายเทคนิควิธีการเพาะปลูก จะขอแยกออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. ข้าวโพดหวาน
2. ข้าวโพดอาหารสัตว์
3. ข้าวโพดฝักอ่อน


1. ข้าวโพดหวาน
เป็นพันธุ์ที่ชอบดินร่วน หรือชอบดินร่วนเหนียวปนทราย หรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบความแห้งแล้งและความชื้นแฉะ ดินที่มีความชื้นธรรมดา ไม่แฉะ ข้าวโพดจะเจริญเติบโตได้ดีมาก มีรายละเอียดสำคัญดังนี้



1.1 พันธุ์ที่นิยมปลูก เป็นพันธุ์ลูกผสม มีเมล็ดสีเหลือง สามารถเก็บเกี่ยวได้ในระยะ 18-20 วัน หลังจากออกไหม


1.2 ฤดูกาลปลูก

- ปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีน้ำเพียงพอ

- ฤดูปลูกที่เหมาะคือ ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม หรือเริ่มปลูกในระยะต้นฤดูฝน คือระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนกรกฎาคม

หลังเก็บเกี่ยวข้าวก็สามารถปลูกในนาได้ จะให้แน่นอน เกษตรกรต้องพยายามสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศด้วยว่า

- ฝนจะเริ่มตกเมื่อไร

- ฝนจะหมดเมื่อไร


จะปลูกในระยะนั้นๆ เพราะข้าวโพดไมชอบความแห้งแล้งหรือมีน้ำมาก ทั้งแห้งและแฉะ จะไม่เหมาะต่อการปลูกข้าวโพด ระยะที่ดีที่จำได้ง่ายๆ คือระยะต้นหรือระยะปลายฤดูฝน


การเตรียมดิน


ปลูกบนพื้นราบ

- ใส่โบกาฉิก่อนไร่ละ 100-200 กิโลกรัมตามสภาพ

- พ่นด้วย EM ขยาย 40-50 ลิตรต่อ 1 ไร่ ผสมน้ำสะอาด 1:500-1,000 ตามสภาพดินแห้งหรือเปียก


ถ้าพื้นดินขาดอินทรียวัตถุ ควรใส่มูลสัตว์หรืออินทรียวัตถุอื่นๆ ด้วย เช่นใบไม้ ซากต้นข้าวโพด ฯลฯ แล้วจึงใส่โบกาฉิและพ่น EM ให้ชื้นโดยทั่วไป แล้วไถดะ หรือไถด้วยผาล 3 และผาล 7 หมักไว้ 7-15 วัน พรวนด้วยผาล 7 อีกครั้ง แล้วยกแปลงปลูกการดำเนินเช่นนี้เพื่อ

- การกำจัดวัชพืช

- เพิ่มปุ๋ยในดิน

- กำจัดเชื้อโรคต่างๆ


การปลูกจะได้ผลดีกว่าการใส่ปุ๋ยภายหลัง และการใส่ปุ๋ยโบกาฉิก่อน ทำให้รากยาว ลึก โค่นล้มยาก และหาอาหารได้เก่ง ทนต่อภาวะอากาศแล้งหรือฝนชุก
ถ้าปลูกไม่มาก มีพื้นที่ 2-3 งาน ให้ได้ผลผลิตสูง ทำดังนี้

- หลังการไถ่ครั้งแรก พรวนแล้วชักร่องให้ลึกตามแปลงที่จะปลูก นำอินทรียวัตถุมาใส่ เช่น หญ้า ฟาง ใบไม้ มูลสัตว์ ฯลฯ แล้ว

- ใส่โบกาฉิ เมตรละ 1-2 กำมือ

- รด EM (1:1:500)

- กลบร่องและยกเป็นแปลง หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนปลูก

ในแปลงนาหรือแปลงที่มีวัชพืชมากๆ หว่านโบกาฉิ พ่น EM แล้วไถพรวน หญ้าฟางคือปุ๋ย ขอให้ได้หมักและย่อยสลายก่อนด้วย EM


หมายเหตุ

หากมีอินทรียวัตถุและมีโบกาฉิมูลสัตว์เพียงพอ ผลผลิตจะสมบูรณ์มากน้อยตามสภาพ

การใช้เทคนิคเกษตรธรรมชาติด้วย EM จะปรับสภาพให้เป็นปกติ ทั้งสภาพดินโรค ดินกรด ดินด่าง หรือดินขาดสารอาหาร


1.3 วิธีการปลูก


ก่อนปลูก นำเมล็ดพันธุ์แช่ EM (1:500-1,000) นาน 10-20 นาทีเพื่อ

- กำจัดเชื้อโรค สารพิษสารเคมี

- เร่งการงอก

ข้าวโพดหวาน ปลูกหลุมละ 1-2 เมล็ด

ข้าวโพดข้าวเหนียว ปลูกหลุมละ 2-3 เมล็ด



1.4 ระยะระหว่างหลุม

- ถ้าปลูกเป็นแถวเดี่ยวระหว่างหลุม ระยะ 25 เซนติเมตร

- ถ้าปลูกแถวคู่ให้เยื้องกัน ระหว่างหลุม 25-30 เซนติเมตร


1.5 การดูแลรักษา


1. ใส่ปุ๋ย พิจารณาตามสภาพดิน หรือดูที่ต้นกล้า

- ดินดี ต้นกล้าสวยแข็งแรง ใส่เมื่ออายุ 40 วัน

- ดินไม่ดี กล้าไม่สมบูรณ์ ใส่ 2 ครั้ง เมื่อกล้าอายุ 20 วัน และ 40 วัน

- พ่น EM เสมอทุกครั้งที่ใส่โบกาฉิ

2. การให้น้ำ

- ยกร่องให้น้ำสูง 3/4 ของร่อง สัปดาห์ละครั้งหรือตามความเหมาะสม

- แปลงราบ รดด้วยการสาดพ่น รด ราด ทุกๆ 7-10 วัน/ครั้ง เมื่อสักเกตเห็นว่าใบข้าวโพดเหี่ยวนั้นแสดงว่าดินแห้ง ควรรีบให้น้ำ (ยกเว้นฝนตก)



1.6 ศัตรูและการป้องกัน


การได้ใส่โบกาฉิ หรือบำรุงดินสม่ำเสมอ หรือถ้าดินดี พืชจะไม่มีโรคและไม่ถูกรบกวนจากศัตรูพืชด้วย
ในระยะปีแรกๆ ควรใช้ EM5 สม่ำเสมอ เดือนละ 2 ครั้ง พ่นให้ทั่วในระยะแดดร่มลมตก



1.7 การเก็บเกี่ยว

ต้องทำทุกระยะ เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวได้คุณภาพ


- เก็บเกี่ยวหลังออกไหมได้ 50% เป็นเวลา 18-20 วัน หรือสังเกตสีของไหม จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม


- ข้าวโพดฝักบนสุด ฉีกเปลือก เล็บกดเมล็ดจะมีน้ำนมไหล


- ข้าวโพดหวานควรเก็บทั้งหมดภายใน 5-7 วัน


ถ้าเก็บก่อนหรือหลังระยะที่เหมาะสม 1-2 วัน จะทำให้ได้ข้าวโพดคุณภาพไม่ดี


- ใช้มือหักฝักสดให้ถึงบริเวณด้านฝักที่ติดลำต้น


1.8 การปฎิบัติหลังการเก็บเกี่ยว


- รีบนำผลผลิตไว้ที่ร่ม ไม่ให้ถูกแสงแดด


- ไม่ควรกองสมให้สูงมากเกินไป มีอากาศถ่ายเทดี


- ถ้ามีการขนส่งไกลนานเกิน 3 ชั่วโมง ควรมีที่ระบายอากาศ โดยใช้ท่อพีวีซี ขนาด 2-3 นิ้ว ยาว 3-4 เมตร


การดูแลแปลงหลังเก็บเกี่ยว


ถ้าทำได้จะดีมากคือ


- ไม่เผาต้น ควรตีป่นด้วยเครื่อง


- ใส่โบกาฉิ + EM ขยาย พ่น


- ไถกลบซากไว้ในดิน ถ้าจะปลูกต่อก็ควรหมักไว้ก่อน 7-15 วัน แล้วไถพรวนตามที่กล่าวมาข้างต้น


2. ข้าวโพดอาหารสัตว์



ข้าวโพดอาหารสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการเพิ่มทุกปี แต่มีปัญหาเพิ่มทุกปีคือ


- มีพื้นที่เพาะปลูกลดลง แต่ความต้องการเพิ่ม


- ประสิทธิภาพการผลิตต่ำทั้งฤดูกาล และการปนเปื้อนสารพิษสารเคมี


- มีการระบาดของโรคสูง


- ผลผลิตกระจุกตัวในเดือนสิงหาคม – เดือนตุลาคม


- เมล็ดพันธุ์ราคาแพง


2.1 สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม


- พื้นที่ไม่ลาดเอียงมาก


- ดินร่วน ดินเหนียว ดินร่วนทราย


- การระบายน้ำดี


2.2 การเตรียมดิน


- ใส่โบกาฉิไร่ละ 100-200 กิโลกรัม


- สาดพ่นด้วย EM (1:1:500-1,000) ให้ทั่ว (ใช้ EM ประมาณไร่ละ 30-40 ลิตร เป็น EM ขยาย)


- ไถด้วยผาล 3 ต่อด้วยผาล 7


- หมักดินไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน พรวนอีกครั้ง


ขั้นตอนนี้มีประโยชน์มากเพื่อหมักดินให้เกิดปุ๋ย กำจัดวัชพืช และกำจัดเชื้อโรค สารพิษสารเคมีปรับสภาพความเป็นกรด ด่าง ให้เป็นกลาง


- ยกร่องปลูกได้ หรือจะปลูกโดยไม่มีร่องก็ดำเนินการได้


2.3 ฤดูกาลปลูก


- ต้นฤดูฝนเดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม


- ปลายฤดูฝนเดือนกรกฏาคม - เดือนสิงหาคม



2.4 วิธีปลูก


- ระหว่างแถว 75 เซนติเมตร


- ระหว่างต้น 25 เซนติเมตร


- ใส่หลุมละ 1-2 เมล็ด


ก่อนปลูกนำเมล็ดพันธุ์แช่ในน้ำผสม EM 1:500-1,000 เป็นเวลานาน 20-30 นาทีก่อน



2.5 การให้ปุ๋ย


- ใส่โบกาฉิเดือนละครั้ง


- พ่นด้วย EM (1:1:500-1,000) เดือนละครั้ง


- ฮอร์โมนเร่งดอก สารสกัดพืชหมัก (F.P.E.) 20-30 วันต่อครั้ง


2.6 การรักษาป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช


- EM5 (สุโตจู) ในการใช้เทคนิคเกษตรธรรมชาติต้องใช้เสมอๆ ทุกๆ 15-20 วัน หากงดเคมีได้ในปีต่อๆ ไปไม่ต้องใช้ เพราะเมื่อดินสะอาดโรคต่างๆ จะไม่มี


2.7 การเก็บเกี่ยว


- เก็บเกี่ยวได้เมื่อข้าวโพดแห้งทั้งแปลงไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อไม่ให้มีความชื้นมากเกินไป


- ไม่ควรเก็บหลังฝนตก


2.8 หลังการเก็บเกี่ยว


- ตากให้แห้ง ก่อนการกระเทาะฝัก


- ตากเมล็ดอีกครั้ง


- นำไปจำหน่าย


ไม่ควรปล่อยแปลงทิ้ง เพราะจะถูกเผาเล่นควรป่นต้นข้าวโพด ใส่โบกาฉิไร่ละ 100 กิโลกรัม พ่นด้วย EM เหมือนการเตรียมแปลง ไถด้วยผาล 3 ต่อด้วยผาล 7

จะปลูกพืชอื่นใดต่อก็ได้หรือไม่ปลูกก็ได้เป็นการรักษาดินให้มีคุณภาพ เมื่อถึงฤดูกาลปลูกก็เริ่มเตรียมแปลงใหม่เหมือนเดิม ผืนดินจะไม่เสื่อม ผลผลิตจะได้เพิ่มทุกปี คุ้มกับการลงทุนลงแรง



3. ข้าวโพดฝักอ่อน


เป็นผักส่งออกที่สำคัญของประเทศในรูปผักสดหรือผักบรรจุกระป๋อง หรือการแช่แข็ง แต่การเพาะปลูก การดูแลต้องมีความรอบรู้ รอบคอบ ละเอียดละออพอควร

การเพาะปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ต้องใช้แรงงานมาก และผลผลิตก็ต้องมาก เกษตรกรจึงควรร่วมกันผลิตเป็นกลุ่ม มีผู้นำเพื่อการดูแล การดำเนินงานทุกขั้นตอนกระทั้งส่งออก



3.1 พันธุ์ที่นิยม สุวรรณ1, สุวรรณ2, สุวรรณ3, รังสิต1,เชียงใหม่ 90


3.2 การปรับปรุงดิน ชอบดินร่วน ไม่ชอบแฉะมีน้ำขัง การปรับปรุงดินหรือเตรียมแปลง ปฎิบัติเหมือนที่กล่าวมาแล้ว คือ


- โบกาฉิ ไร่ละ 100-200 กิโลกรัม ตามสภาพดิน


- EM ไร่ละ 30-40 ลิตร ผสม 1:1:500-1,000


- ไถดะ ไถแปร (ผาล 3 ต่อด้วยผาล 7 )


- หมักไว้ก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน


- ไถแปร ยกร่อง


3.3 ระยะปลูก


- 50x50 หรือ 40x40 เซนติเมตร


- หลุมละ 3 ต้น


3.4 การดูแล


- การให้น้ำต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขาดความชื้นไม่ได้เลย แต่อย่าให้แฉะ ข้าวโพดยังเล็ก ก็ให้ทุกๆ 2-3 วัน ต่อ 1 ครั้ง เมื่อสูงประมาณเข่าให้ 5-7 วัน/ครั้ง


- โบกาฉิ พิจารณาใส่บริเวณที่ข้าวโพดไม่สวย เจริญเติบโตช้า หากข้าวโพดสมบูรณ์แล้วไม่ต้องใส่


- EM ควรพ่นสม่ำเสมอ


- EM5 ก็ควรใช้เป็นประจำ


(ดูรายละเอียดที่ผ่านมาในข้าวโพดหวาน)


3.5 การถอดยอด


ข้าวโพดอายุ 38 วัน หรือมีใบจริงครบ 7 คู่ จะมีช่อดอกตัวผู้โผล่ออกมาจากใบธง (ใบยอด) ให้ดึงช่อดอกออกทิ้ง ต้องระวังต้นให้มั่น การทำเช่นนี้เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์กับเกสรตัวเมียที่ปลายฝัก


3.6 การเก็บเกี่ยว


- เก็บเกี่ยวฝักอ่อนได้หลังดึงช่อดอกตัวผู้ออกแล้ว 3-5 วัน สังเกตได้จากไหมที่โผล่พ้นฝักประมาณ 1-2 เซนติเมตร


- ต้องเก็บทุกวัน เพื่อไม่ให้ฝักแก่เกินไป


การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ต้องขยัน ละเอียด มีความรู้ ความเข้าใจในสภาพต่างๆ ที่พอเหมาะพอดี จึงต้องมีหลายคน แต่ก็เป็นที่น่ายินดีกับงานนี้คือ ราคาดี ไม่มีตกค้าง และปฎิบัติได้ตลอดปี

ต้องขยัน อดทน แต่มีรายได้ดี เป็นงานไม่หนัก แต่ไม่ค่อยจะว่าง


3.7 การรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว


- หลังเก็บ รีบนำเข้าร่ม หรือโรงเรือนที่ระบายอากาศได้ดี


- ขนส่งควรทำโดยเร็ว


- การปอกเปลือก ต้องชำนาญในการกรีดไม่ให้เกิดแผลที่ฝัก


- ทำความสะอาด


- การส่งออกต้องทำตามเทคนิควิธีอย่างถูกต้อง


3.8 การดูแลแปลงหลังการเก็บเกี่ยว


- ต้นข้าวโพดนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้


- แต่ถ้าไม่ทิ้งหรือไม่นำออกไปไหนเลย จะตีป่นคลุมดิน ใส่โบกาฉิ และ EM เหมือนที่กล่าวมาแล้ว


- ไถกลบด้วยผาล 3 ต่อด้วยผาล 7 หมักไว้ดีกว่าการตากแปลง จะทำให้ดินไม่เสื่อม การเพาะปลูกรุ่นต่อๆ ไปจะลดปุ๋ยลงได้เมื่อดินสมบูรณ์


หมายเหตุ


1. ต้นข้าวโพดเป็นพืชสด หากไม่ได้ใช้โบกาฉิ + EM จะทำให้ดินเป็นกรด การไถกลบจึงต้องใส่โบกาฉิและ EM จึงจะเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน


2. นำไปเป็นอาหารสัตว์ ควรตัดเป็นท่อนสั้นๆ หมักด้วย EM ก่อน สัตว์จะกินทั้งหมด หากไม่ตัดเป็นท่อนสั้นๆ สัตว์จะกินแต่ใบ
Read more >>